|
|
|
cctv |
|
|
|
หน้า 1 จาก 2 ในระบบกล้องวงจรปิดจะประกอบไปด้วยอุปกรณ์หลักๆ 3 อย่างก็คือ
1. อุปกรณ์บันทึกภาพ (Recorder) ทำหน้าที่รับภาพจากอุปกรณ์จัดการสัญญาณภาพ เพื่อเขียนข้อมูลลงในสื่อบันทึก เช่น เครื่องบันทึกเทป ฮาร์ดดิสก์
2. ตัวกล้อง (Camera)/ เลนซ์ (Lens) ที่มีหลากหลายรูปแบบแล้วแต่จุดประสงค์การใช้งานของท่าน ตัวอย่างเช่น กล้องมาตรฐาน (แบบตัวยาว) กล้องโดม (ทรงกลมตัดครึ่ง) กล้องกันน้ำ กล้องอินฟราเรด กล้องไร้สาย กล้องสปีดโดม กล้องซ่อนขนาดเล็กหรือเลนส์รูเข็ม ฯลฯ ทำหน้าที่เป็นเสมือนดวงตาที่จะมองภาพในมุมที่เราต้องการเพื่อส่งมายังศูนย์กลางหรืออุปกรณ์รวมและจัดการสัญญาณภาพ
3. จอมอนิเตอร์ (Monitor) จะใช้เป็นทีวีธรรมดา หรือจอมอนิเตอร์ที่ออกแบบมาใช้กับระบบโดยเฉพาะก็ได้
1. อุปกรณ์บันทึกภาพ 1.1 ระบบการบันทึกแบบบันทึกเทป ในกรณีที่ท่านต้องการใช้งานกล้องเพียงตัวเดียว อุปกรณ์ที่ใช้ไม่จำเป็นต้องมี Video Processor ก็ได้ คือต่อสัญญาณจากกล้องโดยตรงเข้าสู่เครื่องบันทึกเทป และจากเครื่องบันทึกเทปสู่มอนิเตอร์เลยก็ได้ แต่หากใช้งานหลายกล้อง ระบบ แบบนี้จะมีอุปกรณ์ที่แยกชิ้นกันทั้ง 4 ส่วน การบันทึกแบบนี้หากต้องการเก็บหลักฐานการบันทึกไว้นานๆ จำเป็นจะต้องมีม้วนเทปไว้จำนวนมากเพื่อเปลี่ยนตามระยะเวลาที่เนื้อเทปหมด
1.2 ระบบการบันทึกด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer Based Advance DVR) ด้วยความสามารถของระบบปฏิบัติการ Windows และการที่ใช้ซอฟท์แวร์เป็นพื้นฐาน ทำให้ระบบการบันทึกด้วยคอมพิวเตอร์มีความหลากหลายของลูกเล่นและเทคนิคการใช้งานต่างๆ อีกทั้งยังรองรับการพัฒนาขีดความสามารถในอนาคต เรียกว่ารอวันโตตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน เพราะปัจจุบันมนุษย์และสังคมได้รับผลบุญ (รวมทั้งผลกรรม) จากการเติบโตของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่เปลี่ยนแปลงไป ระบบนี้จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับท่านที่มีขีดความสามารถในการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์สูงอยู่แล้ว
1.3 ระบบการบันทึกด้วยเครื่องบันทึกภาพดิจิตอล (Stand-alone Digital Video Recorder – DVR) ครื่องบันทึกชนิดนี้จะรวมส่วนของ Video Processor และ ส่วนบันทึก Recorder) ไว้ในเครื่องเดียวกัน โดยมากจะเป็นแบบมัลติเพลกเซอร์ มีจำนวนช่องสัญญาณ 4, 9 และ 16 ช่อง ตามความต้องการของผู้ใช้ และบันทึกภาพลงสู่ฮาร์ดดิสก์ ซึ่งชนิดและขนาดของฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ IDE-ATA ที่มีขายอยู่ตามร้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั่วไป ยิ่งขนาดความจุของฮาร์ดดิสก์มีมาก ก็จะยิ่งสามารถบันทึกได้ยาวนานยิ่งขึ้น การดูภาพจากเครื่องก็เพียงแค่ต่อมอนิเตอร์หรือทีวีเข้ากับตัวเครื่องเท่านั้น ระบบนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสถานที่ที่ต้องการความเสถียรภาพของระบบที่ทำงานแบบ Stand-alone จึงทำไห้ผู้ใช้ไม่ต้องยุ่งยากมากนักกับระบบ โดยปัจจุบันได้มีการนำเอาข้อดีของ แบบ Computer Based มารวมเข้ากับระบบ Stand-alone จึงทำไห้เป็นอีกหนึ่งระบบที่น่าใช้มากกว่าระบบอื่นๆ
2. กล้อง (Camera) ชนิดของกล้อง กล้องวงจรปิดมีหลายชนิดหลายแบบ โดยแบบได้คร่าว ๆ ดังนี้
2.1 กล้องแบบ CS MOUNT เป็นกล้องที่ต้องใช้เลนส์ต่อกับกล้อง ทำให้เกิดภาพ ข้อดี คือ ภาพจะชัด เพราะเลนส์ที่ใช้เป็นเลนส์มาตรฐานขนาดใหญ่
2.2 กล้องแบบโดม เหมาะสำหรับสถานที่ที่ต้องการความสวยงามหรือไม่ต้องการให้สังเกตเห็นว่ามีการติดตั้งกล้องวงจรปิด
2.3 ความละเอียดของภาพ (RESOLUTION) กล้องที่ให้ภาพจะชัดเจนหรือไม่ขึ้นอยู่กับชนิดของแผ่นรับภาพ CCD ซึ่งแบบได้ 2 แบบ คือ
2.4 NORMAL RESOLUTON เป็นแบบที่มีความละเอียดของภาพปกติ ประมาณ 330 - 380 TV LINE
2.5 HIGN RESOLUTION เป็นแบบที่มีความละเอียดของภาพสูงประมาณ 400 - 550 TV LINE หมายเหตุ กล้องที่มีความละเอียดของภาพสูงจะมีราคาสูงตามไปด้วย
2.6 ความสามารถในการรับแสง (ILLUMINATION) กล้องที่มีความสามารถในการรับแสงต่ำ (LUX) จะสามารถใช้ในสถานที่ที่มีความสว่างน้อย (ในที่มืด) ได้ และราคาจะสูงตามไปด้วย
กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV Camera) กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV Camera) ทำหน้าที่แปลงสัญญาณภาพ ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า โดยมีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งเป็นตัวรับภาพ ในอดีต ใช้หลอดเป็นตัวรับภาพ หรือ สร้างภาพ เรียกว่า หลอดวิดิคอน (Vidicon Tube) เริ่มตั้งแต่ขนาด 1 นิ้ว, 2/3 นิ้ว และ 1/2 นิ้ว ต่อมาได้มีการพัฒนา เป็น แผ่นรับภาพ หรือ CCD (Charge Coupled Device) เริ่มตั้งแต่ ขนาด 2/3นิ้ว , 1/2 นิ้ว , 1/3 นิ้ว , 1/4 นิ้ว กล้องโทรทัศน์วงจรปิด มีทั้งขาว/ดำ (Monochrome) และสี (Color) ความสามารถในการทำงาน หรือ การใช้งานจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับความต้องการของงานตามแต่วัตถุประสงค์ใน การเลือกใช้งาน เช่น ความไวแสง (Sensitivity) หมายถึงปริมาณแสงน้อยที่สุด ที่จะสามารถมองเห็นภาพได้ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด จะสามารถรับภาพได้ จะต้องมีแสงส่องไปที่วัตถุนั้นและสะท้อนออกมาจากวัตถุนั้น กล้องแต่ละรุ่น แต่ละผู้ผลิต จะมีความไวแสงแตกต่างกันไป ดังนั้น ในการเปรียบเทียบความไวของกล้องแต่ละกล้อง ควรจะเปรียบเทียบที่มาตราฐานเดียวกัน เช่น กล้องตัวหนึ่ง ที่ 30 IRE F1.2 มีความไวแสง 0.64 Lux แต่เมื่อไปเทียบที่ 50 IRE F1.2 จะมีความไวแสงเป็น 2.0 Lux เป็นต้น. ความคมชัดของภาพ (Resolution) กล้องที่ใช้งานโดยทั่วไป จะมีความคมชัดของภาพ ที่ 330 เส้น สำหรับกล้องสี ที่ 380 เส้น สำหรับกล้องขาว/ดำ แต่การใช้งานในบางกรณีก็มีความจำเป็นที่ต้องการกล้อง ที่ให้รายละเอียดของภาพสูงกว่าปกติ ก็จะต้องเลือกใช้กล้อง ที่มีความคมชัดของภาพสูง ( High Resolution) เช่น 580 เส้นสำหรับกล้องขาว/ดำ หรือ 480 เส้นสำหรับกล้องสี เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด แบบอื่นๆ อีกที่สามารถจะเลือกใช้ให้เหมาะกับความต้องการ เช่น กล้องโดม (Dome Camera) จะเป็นกล้องที่มีลักษณะภายนอก (ตัวกล้อง) เป็นรูปทรงกลม บางชนิด หมุนได้รอบตัว ก้ม-เงยได้ กำลังเป็นที่นิยมใช้งานในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติด ตั้งภายในอาคาร โดยนำไปติดไว้กับฝ้า หรือผนังอาคาร ดูเรียบร้อยสวยงาม มีขนาดกะทัดรัด ไม่มีอุปกรณ์ต่อพ่วงให้ดูรกรุงรัง การติดตั้งง่าย และยังเป็นการพรางตา สำหรับคนทั่วไป ว่าที่นี่มีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
 2.7 เลนซ์ (LENS)เลนส์จะมีข้อต่อที่ใช้กับกล้องโทรทัศน์วงจรปิดอยู่ ๒ แบบคือ C-Mount และ CS-Mount ข้อต่อแบบ C-mount จะมีความยาวช่วงท้ายเลนส์ ถึงหน้าตัวรับภาพ ๑๗.๕ ม.ม. ข้อต่อแบบ CS-Mount จะมีความยาวช่วงท้ายเลนส์ถึงหน้าตัวรับภาพ ๑๒.๕ ม.ม. ดังนั้นการเลือกใช้เลนส์ต้องเลือกให้ถูก คือ กล้องที่มีข้อต่อแบบ CS-Mount ก็ควรจะใช้เลนส์ที่มีข้อต่อเป็นแบบ CS-Mount กล้องที่มีข้อต่อแบบ C-Mount ก็ควรใช้เลนส์ที่มีข้อต่อเป็น แบบ C-Mount แต่เลนส์ที่มีข้อต่อเลนส์แบบ C-Mount สามารถที่จะใช้กับกล้องที่มีข้อต่อแบบ CS-Mount ได้โดยใช้แหวนข้อต่อ (5 mm., Adapter Ring) ต่อกลางระหว่างเลนส์กับกล้อง ถ้านำเลนส์ที่มีข้อต่อแบบC-Mount ไปต่อเข้ากับกล้องที่มีข้อต่อแบบ CS-Mount โดยตรงโดยไม่ใช้แหวนข้อต่อ อาจจะทำให้หน้าตัวรับภาพเกิดความเสียหายได้ เพราะว่าความยาวช่วงท้ายเลนส์ของเลนส์แบบ C-Mount มีความยาวมากกว่าแบบ CS-Mount.
|
|